1. กำหนดเป้าหมายในการทำ Email Marketing

กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการส่งอีเมล ว่าต้องการสื่ออะไรต่อลูกค้าเพื่อให้เกิดการตอบรับที่ดีกับสินค้าละบริการ
ส่วนมากวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการส่ง Email Marketing จะมีได้ดังนี้

  • Transaction Email – อีเมลที่ส่งออกไปขณะทำธุรกรรมหรือทำรายการต่าง ๆ เช่น การยืนยันสมาชิก, ยืนยันออเดอร์, ยืนยันการสั่งซื้อสินค้า, ใบเสร็จ, ฟีดแบ็คลูกค้า ฯลฯ
  • Promotional Email – อีเมลประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อโปรโมชั่นพิเศษที่ทางร้านคิดขึ้นมา เช่น Happy Hour Deal รับส่วนลดพิเศษเฉพาะชั่วโมงนั้น ๆ ส่วนลดสำหรับเมนูใหม่ และโปรโมชั่นช่วงเทศกาล เป็นต้น
  • Lifecycle Email – อีเมลประเภทนี้มีตั้งแต่ขั้นตอนการทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ไปจนถึงการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ และยังมีการกระตุ้นให้กลับมาซื้อซ้ำ Lifecycle Email จะถูกส่งออกไปตาม Customer Journey ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าอยู่ตรงไหน อาจจะเป็นส่วนของการสร้าง Brand Awareness กระตุ้นความสนใจ สร้างแรงจูงใจให้ซื้อ หรือว่าซื้อไปแล้วก็ได้

2. สร้างลิสต์อีเมลของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย แบ่งเป็นหมวดหมู่

เทคนิคการขออีเมลลูกค้าเพื่อทำ Email Marketing ในเบื้องต้น และหากองค์กร ยิ่งมีลิสต์อีเมลลูกค้ามากเท่าไหร่ โอกาสที่องค์กร จะเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็ยิ่งมากเท่านั้น และโอกาสในการเพิ่มยอดขายทำกำไรให้ ก็จะมากตามไปด้วย แต่จะต้องจัดสรรกลุ่มลูกค้า แบ่งตามประเภทและความแตกต่างในการใช้สินค้าและบริการ จึงจะทำให้ Email Marketing เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

  • ขออีเมลจากลูกค้าโดยตรง มอบข้อเสนอสุดพิเศษจากลูกค้า เช่น บอกลูกค้าว่าทางร้านจะส่งดีล โปรโมชั่น และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ไปยังอีเมลของลูกค้า ให้ลูกค้าได้ซื้อสินค้าและลองเมนูใหม่ ๆ ของร้านก่อนใคร
  • มีแบบฟอร์มให้ลูกค้ากรอกเพื่อแสดงความสนใจบนหน้าเว็บไซต์หรือเว็บของโต๊ะร้านอาหารออนไลน์ของคุณ
  • มีโปรแกรมพิเศษสำหรับลูกค้าที่แนะนำเพื่อนมาซื้อสินค้าและบริการของร้าน โดยมอบส่วนลดเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้า เช่น “รับลด 50 บาทต่อคนเมื่อแนะนำเพื่อนได้สำเร็จ”
  • มีแคมเปญแข่งขัน เช่น ที่ร้านอาจจะมีแคมเปญแจกของรางวัลทุกอาทิตย์ และสิ่งที่ลูกค้าจะต้องทำก็คือ กรอกอีเมลกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารดี ๆ แบบนี้
  • บอกข้อดีของการกรอกอีเมลกับทางร้าน เช่น ลูกค้าจะได้รับคอนเทนต์ดี ๆ ซึ่งหากเป็นร้านขายเครื่องสำอางก็อาจจะส่งเป็นเคล็ดลับดูแลผิวหน้า หากขายเสื้อผ้าก็อาจจะเป็นเทรนด์การแต่งตัว หรือถ้าเป็นร้านกาแฟและร้านอาหาร ก็อาจจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการทำกาแฟเมนูโปรดและอาหารจานพิเศษ เป็นต้น

3. ร่างอีเมลด้วยเนื้อหาที่จุด ตรงใจ เพื่อโน้มน้าวลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์

แนวคิดและวิธีการเขียนอีเมลที่จะทำให้ประสิทธิภาพ ในการทำอีเมลทางการตลาด มีดังต่อไปนี้

  • คิดในมุมของลูกค้า ลองคิดดูซิว่าถ้าคุณเป็นลูกค้า คุณจะอยากได้อีเมลแบบไหน ลองทำความเข้าใจและหาเหตุผลว่าทำไมคุณถึงอยากซื้อสินค้าและเลือกรับอีเมลจากทางร้าน วิธีนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจตัวลูกค้าและส่งอีเมลได้ตรงความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น
  • หัวข้ออีเมลต้องน่าคลิก หัวข้ออีเมลจะบอกได้เลยว่าลูกค้าจะเปิดอ่านอีเมลของคุณหรือเปล่า ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การพาดหัวข้อที่น่าคลิก (Click-bait) หรือจะใช้ CTA เพื่อกระตุ้นการกระทำก็เป็นเทคนิคการเขียนอีเมลที่น่าลองเช่นกัน เช่น “เดรสสวย ๆ รับซัมเมอร์ กับของมันต้องมี ! ”, “วันสุดท้าย! โปรโม 1 แถม 1 เมนูฮิตของร้าน”
  • ใส่ CTA (Call-To-Action) เพื่อกระตุ้นการกระทำของลูกค้าเสมอ – ใส่ลิงค์ในอีเมลเพื่อให้ลูกค้าของคุณมีส่วนร่วมกับแบรนด์หรือร้าน เช่น ลิงค์หน้าสินค้าที่ต้องการโปรโมท ลิงค์จองโต๊ะร้านอาหาร ลิงค์จองทำผม หรือลิงค์เวาเชอร์ส่วนลด
  • ใส่รูปสวย ๆ ให้ภาพเล่าเรื่องราวแทนคำพูด อย่าลืมแนบภาพสวย ๆ ไปกับอีเมลของคุณด้วย เพื่อโน้มน้าวให้ลูกค้าคลิกเพื่อสั่งซื้อสินค้าหรือสั่งอาหารจากร้านคุณ
  • Upsell ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ – ไฮไลท์สินค้าใหม่และเมนูใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้า หรือจะเป็นสินค้าขายดีและเมนูแนะนำของทางร้านก็ได้
  • ใส่ข้อมูลการติดต่อ – อย่าลืมใส่ข้อมูลการติดต่อของร้านอย่างที่อยู่และเบอร์โทรทุกครั้งในการสร้างอีเมล

ส่งอีเมลไปล่วงหน้าเพื่อกระตุ้นความสนใจ – ส่งอีเมลไปกระตุ้นความสนใจลูกค้าก่อน เช่น ส่งไปก่อนมื้ออาหาร หรือเทศกาลลดราคาของทางร้าน วิธีนี้ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเหมือนการย้ำเตือนให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น